เชิญค้นหาคำว่า " bluetooth " " hand free "

Wednesday, July 30, 2008

หูฟัง Bluetooth Plantronics Voyager 510

Plantronics Voyager 510

สำหรับชื่อ Plantronics ชื่อนี้เข้ามาในบ้านเราได้นานพอสมควร แต่ในต่างประเทศจะค่อนข้างมีชื่อมากเป็นบริษัทที่ทำหูฟังโดยเฉพาะมีอายุกิจการนานกว่า สามสิบปี และทำหูฟังให้กับสถาบัน NASA และวงการบินในประเทศอเมริกา สำหรับรุ่น Voyager 510 นี้ถือว่ะเป็นหูฟังรุ่นเล็กที่คุณภาพไม่เล็กตาม เพราะเท่าที่ทดสอบกับหูฟังมาหลายๆยี่ห้อ รุ่นนี้เสียงดีที่สุดครับ กล้ายืนยันเลยว่าไม่ผิดหวังแน่นอน จากการทดสอบใช้มาแรมเดือนพบว่ามันให้คุณภาพเสียงที่ชัดเจนมากเหมือนกับคุยผ่านโทรศัพท์ตรงๆ สิบปากว่าไม่เท่าตาเห็นหากมีโอกาสไปลองด้วยตนเองจะดีกว่า





เรามาดูคุณสมบัติเจ้าหูฟังรุ่นนี้กันก่อนดีกว่าครับ

- มีระบบตัดเสียงรบกวนรอบข้าง ซึ่งหูฟัง Bluetooth หากเป็นระดับเกรดสูงจะมีระบบตัวนี้ช่วยครับ
- สามารถพูดคุยต่อเนื่องได้ 6 ชม
- สามารถสลับเปลี่ยนซ้ายขวาได้
- เป็น Bluetooth 1.2
- ตัวหูฟังเป็นยางกันความชื้นได้ดี

เปิดกล่อง



สำหรับอุปกรณ์ในกล่องที่ให้มามีอยู่ไม่มากครับ คือตัวหูฟัง / หม้อแปลง / คู่มือ และ หูฟังฟองน้ำสำรอง ตัวหูฟังมีน้ำหนักที่ค่อนข้างเบาเพียง 17 กรัมเมื่อใส่แล้วจะไม่รู้สึกว่าหนักหรือรำคาญสามารถใส่ติดหูได้ตลอด



ตัวหูฟังเป็นลักษณะพลาสติกเหนียวผสมยางสามารถยืดหยุ่นได้ดี การออกแบบสวมใส่ง่ายสามารถคล้องไปกับหูเราได้อย่างง่ายดายและไม่รู้สึกรำคาญเวลาสวมใส่ ตัว Boom หรือก้านนั้นสามารถปรับหมุนทิศทางได้รอบ คือทั้งขึ้นลงและซ้ายขวาสำหรับการปรับเปลี่ยนรูปแบบการใช้งานสำหรับคนที่ถนัดซ้ายหรือถนัดขวา



การหมุนสลับซ้ายขวาสามารถทำได้ง่ายโดยไม่ต้องถอดหรือปรับแต่งหูฟังมากมาย

การชาร์จไฟ



พลิกด้านในของหูฟังให้ชมกันหน่อย



บริเวณด้านล่างเป็น Connector สำหรับการชาร์จไฟครับ



เอาสายจากหม้อแปลงมาเสียบก็สามารถเริ่มชาร์จได้ทันที


ปุ่มต่างๆ





สำหรับปุ่มการใช้งานหลักๆนั้นจะมีเพียงสามปุ่มเท่านั้นครับ ดังในภาพด้านบน คือจะมีปุ่มเปิดปิดที่เป็นปุ่มเล็กๆสีดำซึ่งกดค่อนข้างลำบากผมไม่ค่อยชอบการออกแบบตรงจุดนนี้เท่าไรนัก การเปิดก็เพียงแต่กดปุ่มเปิดปิดค้างไว้สักสามวินาที หูฟังก็จะเริ่มทำงานโดยจะมีไฟบอกสถานะที่ก้านหูฟัง และปุ่มเปิดปิดยังทำหน้าที่เป็นปุ่ม Mute หยุดเสียงชั่วคราวอีกด้วย ถัดมาคือปุ่ม Volume สำหรับลดเสียงเบาค่อยขณะสนทนา สามารถปรับได้สะดวกแม้ขณะใส่ในหูฟัง และปุ่มสุดท้ายตรงบริเวณก้านก็คือปุ่ม รับสาย และวางสาย โดยปุ่มนี้จะทำหน้าที่สองอย่างคือเป็นปุ่มรับสายวางสายและ หากกดสองครั้งจะเป็นปุ่ม Redial สำหรับโทรออกเลขหมายสุดท้าย



อย่างที่บอกไปในตอนแรกว่าตัวหูฟังเป็นยางผสมสามารถยืดหยุ่นได้ สวมได้ง่ายไม่เหมือนหูฟัง Bluetooth บางรุ่นที่เป็นก่านพลาสติกแข็งสวมค่อนข้างยาก ของ jabra ก็เป็นลักษณะยืดหยุ่นแบบนี้เช่นกันทำให้สวมใส่ง่ายมาก และกระชับไม่หลุดง่ายเวลาสวมใส่



อุปกรณ์หูรูปแบบต่างๆที่ให้สำรองมาทำให้รู้สึกว่า ยี่ห้อนี้ค่อนข้างใส่ใจรายละเอียดผู้ใช้ดีนะครับ มีหูฟองน้ำให้สำรองมาอีกสองอัน และตัวครอบอีกสองอัน



ในภาพไม่ได้เอาไว้สวมกันน้ำลายกระเด็นนะครับ เห็นแปลกๆแบบนี้แต่มีประโยชน์มาก เคยเห็นนักข่าวต่างประเทศเวลาสัมภาษณ์ไหมครับ ไมโครโฟนเขาก็จะมีเหมือนผ้าถูพื้นครอบแบบนี้เหมือนกันจุดประสงค์นี้สำหรับผู้ที่ใช้ในกลางแจ้งโดยเฉพาะมันช่วยลดเสียงลมได้ เช่นเวลาไปออกรอบตีกอล์ฟ หรือทำงานตาม Site งานต่างๆ เวลายืนกลางแจ้งคุยแล้วมีเสียงลม เจ้าฟองน้ำนี้จะช่วยลดได้เยอะครับ

มาลองเริ่มใช้กันเลยดีกว่า

มาดูวิธีใช้งานกันแบบทีละ step นะครับ ใครที่ใช้หูฟังรุ่นอื่นก็สามารถทำตามได้เช่นกัน ในการจับคู่อุปกรร์ในครั้งนี้ ผมใช้เครื่อง Dopod 818 pro ซึ่งเป็น Windows Mobile 5 เป็นนายแบบนะครับส่วนเครื่องรุ่นอื่นๆก็มีวิธีคล้ายๆกันนี่หละครับไม่ต่างกันมาก




ปฺดการใช้งาน Bluetooth ในเครื่องก่อน



เลือกที่ Bluetooth Settings



เลือกที่แถบ Device



เลือกที่ New Partnership



สำหรับหูฟังรุ่น Voager นี้ไม่จำเป็นต้องเปิดฟังค์ชั่นจับคู่ในตัวหูฟังนะครับเพียงแต่เปิดการทำงานเหมือนปกติเครื่อง PDA phone ก็จะสามารถหากเจอ แต่หากหาไม่เจอจริงๆก็เพียงแต่กดปุ่มเร่งเสียง Volume ค้างพร้อมกับปุ่มเปิดปิด ก็จะทำการ pair หรือจับคู่อุปกรรืได้แล้ว
สำหรับหูฟังยี่ห้ออื่น ลองศึกษาวิธีการจับคู่อุปกรณ์จากในคู่มือนะครับ โดยทั่วไปแล้วตัวหูฟังจะต้องเปิดฟังค์ชั่นรอจากจับคู่ไว้ก่อนโดยจะมีไฟบอกสถานะวิ่งสลับสีไปมา หรือบางรุ่นอย่าง Jabra ก็จะเป็นไฟสีฟ้าค้าง อันนี้แล้วแต่รุ่นด้วยนะครับ



เมื่อเจอแล้วจะขึ้นข้อความในภาพแล้วให้กด Yes เพื่อตอบรับ



ใส่รหัส Passkey เป็น 0000 ( เลขศูนย์สี่ตัว )



เจอคู่แล้วครับเป็น service แบบ Hand free



ลองใช้งานโทรออกดูกันจริงๆเลยดีกว่า ที่ตัว PDA Phone จะขึ้นสัญลักษณ์หูฟังบนหน้าจอ



ขณะการใช้งาน




ผลการทดสอบ

จากการทดลองใช้งานอยู่ประมาณเดือนกว่าๆ ผมบอกได้เลยว่าหูฟังรุ่นนี้เสียงชัดมากๆๆ คุ้มค่ามากครับ สามารถเปิดรอ Standby ได้สามวันสบายๆ และสามารถคุยต่อเนื่องได้หกชั่วโมง แต่จากการทดลองผมเองผมไม่สามารถคุยต่อเนื่องได้หกชั่วโมงแน่ๆ เพราะคุยกันหกชั่วโมง งานการไม่ต้องทำกันพอดี การสวมใส่ทำได้ค่อนข้างสะดวกสามารถสลับเปลี่ยนซ้ายขวาได้ง่าย ตัววัสดุเครื่องทำดีมากดูสวยงาม แต่สีออกเขียวๆผมไม่ค่อยชอบเท่าไร อันนี้พอดีส่วนตัวไม่ค่อยชอบสีเขียวเข้มๆแบบนี้แต่ก็ไม่ใช่ว่าไม่สวยนะครับอันนี้อยู่ที่ความชอบของแต่ละคนมากว่าสิ่งที่ไม่ชอบมีจุดเดียวคือเรื่องตรงปุ่มเปิดปิดมันเล็กและแข็งกดยากสักหน่อย แต่กดง่ายไปก็ไม่ดีเดี๋ยวเผลอไปปิดเครื่อง

ในเรื่องคุณภาพเสียงผมให้ ห้าดาวเต็มเลยครับ เพราะนอกจากผมเองที่ใช้รุ่นนี้ ผู้ใช้คนอื่นที่ผมได้สอบถามดูก็ประทับใจหูฟังรุ่นนี้เช่นกัน จากการสอบถามคู่สนทนาปลายทางเวลาใช้งานพบว่าไม่มีเสียงก้องหรือเสียงสะท้อนแต่อย่างใด คุณภาพเสียงชัดเหมือนคุยจากโทรศัพท์ตรงๆ หากจะเปรียบเทียบกับหูฟังของ Jabra ผมไม่ขอบอกว่าอะไรดีกว่าก็แล้วกัน ทั้งสองยี่ห้อนี้ดีทั้งคู่อยู่ที่คนชอบมากกว่า แต่หากเรื่องความคมชัดเสียง Plantronics Voyager 510 เสียงคมมากๆๆๆๆๆ

หากใครที่กำลังสนใจซื้อหูฟัง Bluetooth และพอมีงบประมาณเพียงพออยากให้ลองพิจารณาหูฟังรุ่นนี้ดูครับ น่าจะถูกใจ การรับประกันนั้นคือ 1 ปี หากเสียระหว่างหนึ่งปีเขาเปลี่ยนตัวใหม่ให้ครับ สำหรับคุรภาพเสียงที่ว่าคมชัดมากนั้นอธิบายคงเห็นภาพลำบากเอาเป็นว่าหากมีโอกาสไปลองด้วยตนเองที่ร้านจำหน่ายก็แล้วกันครับ ผมเชื่อว่าไม่ผิดหวังแน่ๆๆ

Voyager 510 ราคา 3,290 บาท
จัดจำหน่ายโดย : บริษัท System2000
Tel : 02-6448818

หูฟัง Bluetooth อุปกรณ์ที่ได้รับความนิยมสูงอย่างพรวดพราดเนื่องจากโทรศัพท์ยุคใหม่ๆสมัยนี้รองรับการใช้ Bluetooth กันมากขึ้นหากเป็น PDA Phone นี่ก็ได้เกื

หูฟัง Bluetooth อุปกรณ์ที่ได้รับความนิยมสูงอย่างพรวดพราดเนื่องจากโทรศัพท์ยุคใหม่ๆสมัยนี้รองรับการใช้ Bluetooth กันมากขึ้นหากเป็น PDA Phone นี่ก็ได้เกือบทุกรุ่น แต่ว่าหูฟัง Bluetooth ในปัจจุบันนี้มีหลากหลายยี่ห้อเหลือเกินเวลาไปเดินดูตามร้านแล้วมี งง ครับเพราะมันเยอะจัดวันนี้ผมเลยขอแนะนำพร้อม Review อุปกรณ์หูฟัง Bluetooth ที่คุณภาพสูง ( สูงมาก ) ในราคาที่ไม่แพงจนเกินไปนัก โดยปกติแล้วหูฟัง Bluetooth ในบ้านเราจะมีหลายเกรด ตั้งแต่ของเมืองจีนราคาพันกว่าบาท ซึ่งใช้ได้ในแบบตามราคา ผมเองเคยใช้หูฟัง Bluetooth มาทั้งหมดตอนนี้ก็เจ็ดตัวแล้ว เอาตั้งแต่ราคาถูกๆแบบของเมืองจีนเลยก็แล้วกัน ส่วนมากที่ราคาไม่แพงนั้นซื้อมาแบบเสี่ยงโชคนิดหน่อย หากเจอตัวที่ดีเสียงก็จะชัด แต่เรื่องของแบตเตอรี่ส่วนมากจะไม่ค่อยทน โดยส่วนมากหากเป็นของไม่มียี่ห้อจะเจออาการเสียงสะท้อน แต่หากเอาแบบเกรดสูงขึ้นมา ก็แบบพวก Jabra หรือ Plantronics ตัวที่จะนำมา review ให้ชมกันในวันนี้จะคุณภาพดีกว่าอย่างชัดเจน หากมีงบเสียหน่อยผมแนะนำให้ซื้อ หูฟังแบบเกรดสูงเลยดีกว่า เพราะคุณภาพเสียงจะต่างกับของราคาถูกมากและเรื่องแบตเตอรี่ก็จะทน สามารถ Standby ได้หลายวัน หรือพูดคุยต่อเนื่องได้หลายชั่วโมง
หูฟัง Bluetooth อุปกรณ์ที่ได้รับความนิยมสูงอย่างพรวดพราดเนื่องจากโทรศัพท์ยุคใหม่ๆสมัยนี้รองรับการใช้ Bluetooth กันมากขึ้นหากเป็น PDA Phone นี่ก็ได้เกือบทุกรุ่น แต่ว่าหูฟัง Bluetooth ในปัจจุบันนี้มีหลากหลายยี่ห้อเหลือเกินเวลาไปเดินดูตามร้านแล้วมี งง ครับเพราะมันเยอะจัดวันนี้ผมเลยขอแนะนำพร้อม Review อุปกรณ์หูฟัง Bluetooth ที่คุณภาพสูง ( สูงมาก ) ในราคาที่ไม่แพงจนเกินไปนัก โดยปกติแล้วหูฟัง Bluetooth ในบ้านเราจะมีหลายเกรด ตั้งแต่ของเมืองจีนราคาพันกว่าบาท ซึ่งใช้ได้ในแบบตามราคา ผมเองเคยใช้หูฟัง Bluetooth มาทั้งหมดตอนนี้ก็เจ็ดตัวแล้ว เอาตั้งแต่ราคาถูกๆแบบของเมืองจีนเลยก็แล้วกัน ส่วนมากที่ราคาไม่แพงนั้นซื้อมาแบบเสี่ยงโชคนิดหน่อย หากเจอตัวที่ดีเสียงก็จะชัด แต่เรื่องของแบตเตอรี่ส่วนมากจะไม่ค่อยทน โดยส่วนมากหากเป็นของไม่มียี่ห้อจะเจออาการเสียงสะท้อน แต่หากเอาแบบเกรดสูงขึ้นมา ก็แบบพวก Jabra หรือ Plantronics ตัวที่จะนำมา review ให้ชมกันในวันนี้จะคุณภาพดีกว่าอย่างชัดเจน หากมีงบเสียหน่อยผมแนะนำให้ซื้อ หูฟังแบบเกรดสูงเลยดีกว่า เพราะคุณภาพเสียงจะต่างกับของราคาถูกมากและเรื่องแบตเตอรี่ก็จะทน สามารถ Standby ได้หลายวัน หรือพูดคุยต่อเนื่องได้หลายชั่วโมง

Plantronics Voyager 510

สำหรับชื่อ Plantronics ชื่อนี้เข้ามาในบ้านเราได้นานพอสมควร แต่ในต่างประเทศจะค่อนข้างมีชื่อมากเป็นบริษัทที่ทำหูฟังโดยเฉพาะมีอายุกิจการนานกว่า สามสิบปี และทำหูฟังให้กับสถาบัน NASA และวงการบินในประเทศอเมริกา สำหรับรุ่น Voyager 510 นี้ถือว่ะเป็นหูฟังรุ่นเล็กที่คุณภาพไม่เล็กตาม เพราะเท่าที่ทดสอบกับหูฟังมาหลายๆยี่ห้อ รุ่นนี้เสียงดีที่สุดครับ กล้ายืนยันเลยว่าไม่ผิดหวังแน่นอน จากการทดสอบใช้มาแรมเดือนพบว่ามันให้คุณภาพเสียงที่ชัดเจนมากเหมือนกับคุยผ่านโทรศัพท์ตรงๆ สิบปากว่าไม่เท่าตาเห็นหากมีโอกาสไปลองด้วยตนเองจะดีกว่า





เรามาดูคุณสมบัติเจ้าหูฟังรุ่นนี้กันก่อนดีกว่าครับ

- มีระบบตัดเสียงรบกวนรอบข้าง ซึ่งหูฟัง Bluetooth หากเป็นระดับเกรดสูงจะมีระบบตัวนี้ช่วยครับ
- สามารถพูดคุยต่อเนื่องได้ 6 ชม
- สามารถสลับเปลี่ยนซ้ายขวาได้
- เป็น Bluetooth 1.2
- ตัวหูฟังเป็นยางกันความชื้นได้ดี

เปิดกล่อง



สำหรับอุปกรณ์ในกล่องที่ให้มามีอยู่ไม่มากครับ คือตัวหูฟัง / หม้อแปลง / คู่มือ และ หูฟังฟองน้ำสำรอง ตัวหูฟังมีน้ำหนักที่ค่อนข้างเบาเพียง 17 กรัมเมื่อใส่แล้วจะไม่รู้สึกว่าหนักหรือรำคาญสามารถใส่ติดหูได้ตลอด



ตัวหูฟังเป็นลักษณะพลาสติกเหนียวผสมยางสามารถยืดหยุ่นได้ดี การออกแบบสวมใส่ง่ายสามารถคล้องไปกับหูเราได้อย่างง่ายดายและไม่รู้สึกรำคาญเวลาสวมใส่ ตัว Boom หรือก้านนั้นสามารถปรับหมุนทิศทางได้รอบ คือทั้งขึ้นลงและซ้ายขวาสำหรับการปรับเปลี่ยนรูปแบบการใช้งานสำหรับคนที่ถนัดซ้ายหรือถนัดขวา



การหมุนสลับซ้ายขวาสามารถทำได้ง่ายโดยไม่ต้องถอดหรือปรับแต่งหูฟังมากมาย

การชาร์จไฟ



พลิกด้านในของหูฟังให้ชมกันหน่อย



บริเวณด้านล่างเป็น Connector สำหรับการชาร์จไฟครับ



เอาสายจากหม้อแปลงมาเสียบก็สามารถเริ่มชาร์จได้ทันที


ปุ่มต่างๆ





สำหรับปุ่มการใช้งานหลักๆนั้นจะมีเพียงสามปุ่มเท่านั้นครับ ดังในภาพด้านบน คือจะมีปุ่มเปิดปิดที่เป็นปุ่มเล็กๆสีดำซึ่งกดค่อนข้างลำบากผมไม่ค่อยชอบการออกแบบตรงจุดนนี้เท่าไรนัก การเปิดก็เพียงแต่กดปุ่มเปิดปิดค้างไว้สักสามวินาที หูฟังก็จะเริ่มทำงานโดยจะมีไฟบอกสถานะที่ก้านหูฟัง และปุ่มเปิดปิดยังทำหน้าที่เป็นปุ่ม Mute หยุดเสียงชั่วคราวอีกด้วย ถัดมาคือปุ่ม Volume สำหรับลดเสียงเบาค่อยขณะสนทนา สามารถปรับได้สะดวกแม้ขณะใส่ในหูฟัง และปุ่มสุดท้ายตรงบริเวณก้านก็คือปุ่ม รับสาย และวางสาย โดยปุ่มนี้จะทำหน้าที่สองอย่างคือเป็นปุ่มรับสายวางสายและ หากกดสองครั้งจะเป็นปุ่ม Redial สำหรับโทรออกเลขหมายสุดท้าย



อย่างที่บอกไปในตอนแรกว่าตัวหูฟังเป็นยางผสมสามารถยืดหยุ่นได้ สวมได้ง่ายไม่เหมือนหูฟัง Bluetooth บางรุ่นที่เป็นก่านพลาสติกแข็งสวมค่อนข้างยาก ของ jabra ก็เป็นลักษณะยืดหยุ่นแบบนี้เช่นกันทำให้สวมใส่ง่ายมาก และกระชับไม่หลุดง่ายเวลาสวมใส่



อุปกรณ์หูรูปแบบต่างๆที่ให้สำรองมาทำให้รู้สึกว่า ยี่ห้อนี้ค่อนข้างใส่ใจรายละเอียดผู้ใช้ดีนะครับ มีหูฟองน้ำให้สำรองมาอีกสองอัน และตัวครอบอีกสองอัน



ในภาพไม่ได้เอาไว้สวมกันน้ำลายกระเด็นนะครับ เห็นแปลกๆแบบนี้แต่มีประโยชน์มาก เคยเห็นนักข่าวต่างประเทศเวลาสัมภาษณ์ไหมครับ ไมโครโฟนเขาก็จะมีเหมือนผ้าถูพื้นครอบแบบนี้เหมือนกันจุดประสงค์นี้สำหรับผู้ที่ใช้ในกลางแจ้งโดยเฉพาะมันช่วยลดเสียงลมได้ เช่นเวลาไปออกรอบตีกอล์ฟ หรือทำงานตาม Site งานต่างๆ เวลายืนกลางแจ้งคุยแล้วมีเสียงลม เจ้าฟองน้ำนี้จะช่วยลดได้เยอะครับ

มาลองเริ่มใช้กันเลยดีกว่า

มาดูวิธีใช้งานกันแบบทีละ step นะครับ ใครที่ใช้หูฟังรุ่นอื่นก็สามารถทำตามได้เช่นกัน ในการจับคู่อุปกรร์ในครั้งนี้ ผมใช้เครื่อง Dopod 818 pro ซึ่งเป็น Windows Mobile 5 เป็นนายแบบนะครับส่วนเครื่องรุ่นอื่นๆก็มีวิธีคล้ายๆกันนี่หละครับไม่ต่างกันมาก




ปฺดการใช้งาน Bluetooth ในเครื่องก่อน



เลือกที่ Bluetooth Settings



เลือกที่แถบ Device



เลือกที่ New Partnership



สำหรับหูฟังรุ่น Voager นี้ไม่จำเป็นต้องเปิดฟังค์ชั่นจับคู่ในตัวหูฟังนะครับเพียงแต่เปิดการทำงานเหมือนปกติเครื่อง PDA phone ก็จะสามารถหากเจอ แต่หากหาไม่เจอจริงๆก็เพียงแต่กดปุ่มเร่งเสียง Volume ค้างพร้อมกับปุ่มเปิดปิด ก็จะทำการ pair หรือจับคู่อุปกรรืได้แล้ว
สำหรับหูฟังยี่ห้ออื่น ลองศึกษาวิธีการจับคู่อุปกรณ์จากในคู่มือนะครับ โดยทั่วไปแล้วตัวหูฟังจะต้องเปิดฟังค์ชั่นรอจากจับคู่ไว้ก่อนโดยจะมีไฟบอกสถานะวิ่งสลับสีไปมา หรือบางรุ่นอย่าง Jabra ก็จะเป็นไฟสีฟ้าค้าง อันนี้แล้วแต่รุ่นด้วยนะครับ



เมื่อเจอแล้วจะขึ้นข้อความในภาพแล้วให้กด Yes เพื่อตอบรับ



ใส่รหัส Passkey เป็น 0000 ( เลขศูนย์สี่ตัว )



เจอคู่แล้วครับเป็น service แบบ Hand free



ลองใช้งานโทรออกดูกันจริงๆเลยดีกว่า ที่ตัว PDA Phone จะขึ้นสัญลักษณ์หูฟังบนหน้าจอ



ขณะการใช้งาน




ผลการทดสอบ

จากการทดลองใช้งานอยู่ประมาณเดือนกว่าๆ ผมบอกได้เลยว่าหูฟังรุ่นนี้เสียงชัดมากๆๆ คุ้มค่ามากครับ สามารถเปิดรอ Standby ได้สามวันสบายๆ และสามารถคุยต่อเนื่องได้หกชั่วโมง แต่จากการทดลองผมเองผมไม่สามารถคุยต่อเนื่องได้หกชั่วโมงแน่ๆ เพราะคุยกันหกชั่วโมง งานการไม่ต้องทำกันพอดี การสวมใส่ทำได้ค่อนข้างสะดวกสามารถสลับเปลี่ยนซ้ายขวาได้ง่าย ตัววัสดุเครื่องทำดีมากดูสวยงาม แต่สีออกเขียวๆผมไม่ค่อยชอบเท่าไร อันนี้พอดีส่วนตัวไม่ค่อยชอบสีเขียวเข้มๆแบบนี้แต่ก็ไม่ใช่ว่าไม่สวยนะครับอันนี้อยู่ที่ความชอบของแต่ละคนมากว่าสิ่งที่ไม่ชอบมีจุดเดียวคือเรื่องตรงปุ่มเปิดปิดมันเล็กและแข็งกดยากสักหน่อย แต่กดง่ายไปก็ไม่ดีเดี๋ยวเผลอไปปิดเครื่อง

ในเรื่องคุณภาพเสียงผมให้ ห้าดาวเต็มเลยครับ เพราะนอกจากผมเองที่ใช้รุ่นนี้ ผู้ใช้คนอื่นที่ผมได้สอบถามดูก็ประทับใจหูฟังรุ่นนี้เช่นกัน จากการสอบถามคู่สนทนาปลายทางเวลาใช้งานพบว่าไม่มีเสียงก้องหรือเสียงสะท้อนแต่อย่างใด คุณภาพเสียงชัดเหมือนคุยจากโทรศัพท์ตรงๆ หากจะเปรียบเทียบกับหูฟังของ Jabra ผมไม่ขอบอกว่าอะไรดีกว่าก็แล้วกัน ทั้งสองยี่ห้อนี้ดีทั้งคู่อยู่ที่คนชอบมากกว่า แต่หากเรื่องความคมชัดเสียง Plantronics Voyager 510 เสียงคมมากๆๆๆๆๆ

หากใครที่กำลังสนใจซื้อหูฟัง Bluetooth และพอมีงบประมาณเพียงพออยากให้ลองพิจารณาหูฟังรุ่นนี้ดูครับ น่าจะถูกใจ การรับประกันนั้นคือ 1 ปี หากเสียระหว่างหนึ่งปีเขาเปลี่ยนตัวใหม่ให้ครับ สำหรับคุรภาพเสียงที่ว่าคมชัดมากนั้นอธิบายคงเห็นภาพลำบากเอาเป็นว่าหากมีโอกาสไปลองด้วยตนเองที่ร้านจำหน่ายก็แล้วกันครับ ผมเชื่อว่าไม่ผิดหวังแน่ๆๆ

Voyager 510 ราคา 3,290 บาท
จัดจำหน่ายโดย : บริษัท System2000
Tel : 02-6448818

Thursday, June 12, 2008

bluetoothคือ



bluetoothคือbluetoothคือ bluetoothคือbluetoothคือ bluetoothคือbluetoothคือ bluetoothคือbluetoothคือ
Bluetooth คืออะไร?

Bluetooth เป็นการเชื่อมต่อไร้สายผ่านทางคลื่นวิทยุโดยใช้ความถี่ 2.4GHz ระยะการใช้งานของ Bluetooth นั้นจะเป็นการเชื่อมต่อในระยะประมาณ 10-100 เมตร โดยจะเป็นการเชื่อมต่อกับอุปกรณ์หูฟัง หรืออุปกรณ์ต่างๆเพื่อใช้รับส่งไฟล์หากันเป็นส่วนใหญ่ ความเร็วจะอยู่ที่ประมาณ720 kbps


สัญลักษณ์ของ Bluetooth

Wednesday, June 4, 2008

bluetooth

bluetooth
bluetooth
bluetooth

Smallest Bluetooth Headset

Smallest Bluetooth Headset

Bluetooth headsets have become increasingly popular in recent years. More people are using their mobile phones more than ever. This increase in usage coincides with many states restricting mobile phone usage while driving a car.

Consequently, between state vehicle regulations and people discovering that mobile phones are not the most comfortable things to hold against your head for long conversations, many people are buying and using two-way headsets for their mobile phones.

Bluetooth headsets are designed to be as small and as light as possible. Unlike traditional wired telephone headsets that go completely over the head, Bluetooth wireless headsets are designed to attach only to the users ear. Some models of Bluetooth headsets have wrap around the users ear while others simply sit inside the users ear.

This design necessitates a compact and light-weight headset. Some manufacturers have successfully produced some extremely small Bluetooth headsets in the quest to produce the smallest Bluetooth headset.

There are certainly some advantages of small Bluetooth headsets. Many Bluetooth headset users complain that their wireless headset is too bulky or too heavy. Another frequent complaint about Bluetooth headsets is that users feel that the headset flops around too much and they are afraid of losing the headset when turning their head or moving around.

This is a valid concern because Bluetooth wireless headsets are not inexpensive. Some people pay more for their Bluetooth headset than they pay for their mobile phone! Manufacturers attempt to make Bluetooth headsets small and light to help alleviate these complaints.

Ultra-light and ultra-small Bluetooth headsets tend to me more comfortable for users to wear while they are talking on their mobile phones.

The smallest Bluetooth wireless headsets are only around the size of a coin. The smallest Bluetooth headsets are weighed in grams rather than ounces because they are so light. The small size and light weight of the smallest Bluetooth headsets are very popular features with consumers.

Some consumers report certain disadvantages to small Bluetooth headsets though. One immediately noticeable drawback to the smallest Bluetooth headsets is their price.

The smallest Bluetooth headsets often cost several hundred dollars whereas a standard Bluetooth headset will cost less than one hundred dollars. The high cost dissuades many consumers from trying out the smallest Bluetooth headsets.

Another complaint about the very small Bluetooth headsets is that the control buttons can be confusing and difficult to operate. The smallest wireless headsets usually only have two or perhaps three control buttons. These buttons are usually very small and are used for multiple functions. Many consumers find the controls too confusing.

Another disadvantage to small Bluetooth headsets is actually their size. In an ironic twist, many consumers find them just too small. The small batteries result in limited talk time and standby time.

These wireless headsets also fit directly into the ear and many users fear losing their expensive Bluetooth headset because it is not securely attached to their ear.

There is an ongoing debate as to which Bluetooth headset is the smallest. Manufacturers are continually trying to outdo each other by developing a smaller headset with each company claiming that theirs is the smallest wireless headset on the market. There are actually several ways to measure the headset - weight, length, thickness, or shape.

There are several headsets that are in competition for the smallest Bluetooth headset designation though. The Nextlink Bluespoon arguably leads the field though Samsung and Anycom also have very small Bluetooth headsets on the market.

Manufacturers are sure to continue making Bluetooth wireless headsets smaller. As microchip and battery technology continue to advance manufacturers will be able to produce smaller and smaller Bluetooth wireless headsets.

Bluetooth: Is it a Security Threat?

I’ve received a lot of questions from readers recently about security issues related to different types of wireless technology. 802.11 (wi-fi) security has been covered in detail in this and other forums, but you don’t see nearly so much discussion of Bluetooth security. Bluetooth is becoming more and more popular, and it’s time to examine its security implications. Is it secure? Can it be made secure? What are particular security concerns? We’ll take a look at those questions in this article.